22
การเปรียบเทียบด้านบทบาทด้านสังคมสงเคราะห์
Comments off · Posted by buddhist in Uncategorized
๔.๓.๓ การเปรียบเทียบด้านบทบาทด้านสังคมสงเคราะห์
การเปรียบเทียบบทบาทด้านสังคมสงเคราะห์ ของนักธุรกิจระหว่างสมัยพุทธกาล
กับสมัยปัจจุบันโดยมี ดร.บุญยง ว่องวานิชเป็นกรณีศึกษา สามารถศึกษาผ่านด้านต่างๆ ได้แก่
การอนุเคราะห์ญาติ การสงเคราะห์มิตรสหาย การสงเคราะห์บริวาร และสุดท้ายการสงเคราะห์
ผู้ยากไร้ ตามลำดับ
(ก) การอนุเคราะห์ญาติ
บทบาทการอนุเคราะห์ญาติ ของนักธุรกิจสมัยพุทธกาลกับดร.บุญยง ว่องวานิชมี
ความสอดคล้องกัน กล่าวคือ เป็นบุคคลที%กระทำได้ทัง1 ทางธรรมและทางโลก พบจากการ
อนุเคราะห์ญาติทางธรรม เช่น นักธุรกิจสมัยพุทธกาลจะเป็นผู้ทีแ% นะนำชักจูงให้ประกอบทำบุญ
No tags
(ข) การสงเคราะห์มิตรสหาย
มิตรสหายหรือเพื%อนผู้ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันมีความรักชอบพอกันสามารถทีจ% ะ
แนะนำสิ%งดีๆ มีประโยชน์แก่กันและกัน ในการสงเคราะห์มิตรสหายของทั1งสองยุคระหว่าง
นักธุรกิจสมัยพุทธกาลกับดร.บุญยง ว่องวานิช พบว่ามีความสอดคล้องกันเนื%องจากต่างก็มี
มิตรสหายที%รักใคร่ชอบพอกันจนบางทีอาจจะนับถือว่าเป็นญาติกันก็ได้ ด้วยเป็นบุคคลที%ต้อง
เดินทางติดต่อเพื%อทำการค้าจึงมีเพื%อนและมิตรสหายมากมาย เป็นผู้ที%ช่วยชี1ขุมทรัพย์ เช่น
การเดินทางเพื%อทำการค้าขายของนักธุรกิจสมัยพุทธกาลของอนาถบิณฑิกะ ได้รับคำแนะนำ
จากนักธุรกิจผู้เป็นน้องเขยที%เป็นผู้ชี1ขุมทรัพย์อันประเสริฐ คือการได้เข้าพบพระพุทธเจ้า
ประกาศตนเป็นผู้อุปถัมภ์บำรุงพระพุทธศาสนา หรือบางครัง1 การสงเคราะห์มิตรสหายผู้ทีไ% ม่เคย
เห็นหน้ากันมาก่อนด้วยการติดต่อทางจดหมายด้วยการแนะนำสง%ิ ต่างๆ จนเกิดความเลื%อมใส
ส่วนดร.บุญยง ว่องวานิช ด้วยความเป็นนักธุรกิจผู้บริหารงานและรับผิดชอบในหลายบริษัท
No tags
(ค) การสงเคราะห์บริวาร
การทำธุรกิจการค้าย่อมมีบริวารเพื%อช่วยเหลือ ซึง% ถ้าการค้าขายมีขนาดใหญ่บริวาร
ย่อมมีมากตามลำดับ ซึ%งนักธุรกิจทัง1 สมัยพุทธกาลและดร.บุญยง ว่องวานิชถือว่ามีบริวาร
แวดล้อมมากและมีการสงเคราะห์ให้ความช่วยเหลือต่อบริวาร ไม่ว่าจะเป็นการให้ด้วยวัตถุ
สิ%งของ การให้คำแนะนำ โดยเฉพาะการสงเคราะห์ให้เข้าถึงหลักของพระพุทธศาสนา เช่น
นักธุรกิจสมัยพุทธกาลที%สงเคราะห์คนงานรับจ้างที%ในบ้านตัวเอง ให้ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าได้
ฟัง ธรรมเทศนาจนบรรลุธรรมตลอดจนได้อุปสมบทและบรรลุพระอรหันต์ ในกรณีส่วนของ
ดร.บุญยง ว่องวานิช ท่านสงเคราะห์บริวารที%ทำงานเกี%ยวเนื%องกับท่าน ด้วยความสำคัญ
เหมือนลูกหลาน คือจะให้เข้าร่วมการฝึกอบรมธรรมะและการฝึกสมาธิทุกคน ไม่เพียงแต่จะ
สงเคราะห์อย่างเดียวยังให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ เพื%อความเป็นอยู่ทีด% ีขึน1 เมื%อกล่าวสรุป
โดยรวมมีความสอดคล้องกันเพื%อเปิดโอกาสต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีมากขึน1 กว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม การสงเคราะห์บริวารก็ถือปฏิบัติกันมาตั1งแต่สมัยพุทธกาลจนถึง
ปัจจุบัน นอกเหนือจากจะมีพระสงฆ์เป็นแกนหลักแล้วเหล่านักธุรกิจที%มีความศรัทธาต่อ
พระพุทธศาสนาก็เป็นการสงเคราะห์และสนับสนุนส่งเสริมเช่นกัน ขึน1 อยู่กับรูปแบบทีจ% ะเลือกวิธี
ปฏิบัติอย่างไร เช่น นักธุรกิจสมัยพุทธกาลจะเป็นผู้ขออนุญาตจากพระพุทธเจ้า ให้โอกาสแก่
บริวารที%เป็นทาสได้บวช และในปัจจุบันสภาพสังคมไทยมีความเปลี%ยน มีการเปิดโอกาส
เสรีภาพมากขึน1 วัฒนธรรมการใช้ทาสถูกยกเลิก ประชาชนมีความเชื%อต่อคุณพระรัตนตรัยและมี
No tags
22
การดำเนิน ชีวิตให้ถูกต้องตามหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา
Comments off · Posted by buddhist in Uncategorized
ปัจจัยภายนอก เมื%อสรุปทัง1 สองยุคมีจุดประสงค์เพื%อให้สร้างฐานะความมัน% คงต่อหน้าทีก% ารงาน
ด้วยความซื%อสัตย์เป็นการสร้าง และพัฒนาตนเองเพื%อให้มีคุณภาพตลอดแนวทางในการดำเนิน
ชีวิตให้ถูกต้องตามหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา
อย่างไรก็ตาม จากสมัยพุทธกาลจนถึงสมัยปัจจุบันการสงเคราะห์ผู้ยากไร้ยังคง
ดำเนินอยู่เรือ% ยๆ แม้กาลเวลาจะผันเปลีย% นไปก็ตาม ในความแตกต่างผู้วิจัยแสดงความเห็นว่า
น่าจะมาจากสภาพเศรษฐกิจ สังคม ที%มีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะสมัยพุทธกาลบุคคลที%
เป็นเสมือนท่อนํ1าเลี1ยงคอยให้ความอุปถัมภ์ ให้การสงเคราะห์ต่อสังคมโดยเฉพาะผู้ยากไร้
เพราะการแบ่งปันช่วยเหลือผู้ทีต% กทุกข์ได้ยากเป็นส่วนของการกระทำเพื%อความดี ในส่วนของ
ดร.บุญยง ว่องวานิช ผู้ทีถ% ูกขนานนามว่าเป็นนักธุรกิจและนักสังคมสงเคราะห์ทีช% อบช่วยเหลือ
No tags
บทที ๕
สรุปผลการวิจัย และข้อเสนอแนะ
การศึกษาวิจัยเรือ ง “ศึกษาเปรียบเทียบบทบาทในการส่งเสริมพระพุทธศาสนาของ
นักธุรกิจในสมัยพุทธกาลกับนักธุรกิจปัจจุบัน : ศึกษาเฉพาะกรณีดร.บุญยง ว่องวานิช” นั*น
ผู้วิจัยได้ตัง* วัตถุประสงค์ไว้ ๓ ประการ ได้แก่ เพือศึกษาบทบาทของนักธุรกิจทีมีต่อ
พระพุทธศาสนาในสมัยพุทธกาล เพือศึกษาบทบาทของดร.บุญยง ว่องวานิชทีมีต่อ
พระพุทธศาสนา และเพือศึกษาเปรียบเทียบบทบาทในการส่งเสริมพระพุทธศาสนาของ
นักธุรกิจในสมัยพุทธกาลกับกรณีของดร.บุญยง ว่องวานิช โดยทีการวิจัยครัง* นี*เป็นการวิจัย
เชิงเอกสาร (Documentary Research) โดยศึกษาค้นคว้าคัมภีร์พระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับ
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยพร้อมอรรถกถา และรวมไปถึงตำรา เอกสารจากงานวิทยานิพนธ์
บทความ การสัมภาษณ์ หรืองานวิจัยต่างๆ ของนักวิชาการทางพระพุทธศาสนา ซึงทำให้ได้
บทสรุปผลการวิจัย และข้อเสนอแนะดังนี้
No tags

